IMAGE Magazine vol.10 no.2 February 1997
SIRINYA WINSIRI MISS THAILAND WORLD 1996
SUMMER fever
Model
Cindy-Sirinya Winsiri (ซินดี้-สิรินยา วินศิริ)
Swim Wear From Jantzen [see Where To Buy Guide]
Make-up
Thonglor Chimcharoen
Hair
Somporn Thirin
Stylist
Sattha Phanphai
Photographer
Amat Nimitpark
THE BOYS
JUST WANT TO HAVE FUN
Model
Krisa Stephen
Swim Wear From Jantzen [see Where To Buy Guide]
Make-up
Thonglor Chimcharoen
Hair
Somporn Thirin
Photographer
Amat Nimitpark
WOMEN'S Best friend
Model
Prim Kulsirisawuad (ปริม กุลสิริสวัสดิ์)
Photographer
Amat Nimitpark
Stylist
Sattha Phanphai
IMAGE PEOPLE
เรื่อง : จิตา / ภาพ : อัษฎาวุธ
พลิกผันสู่
นางแบบอินเตอร์
ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกับการที่คนเราจะก้าวสู่เวทีโลก มีงาน และมีชื่อเสียง
แล้วยิ่งคนที่มีโอกาสน้อยมาก หนทางนั้นยิ่งดูเลือนลาง
แต่สำหรับสาวน้อยบ้านนาที่ชื่อ ยุ้ย-รจนา เพชรกันหา คงจะทำให้หลายคนเป็นงง และยินดีกับเธอที่สามารถขึ้นสู่อาชีพนางแบบระดับอินเตอร์ โดยเฉพาะที่ลอนดอน นิวยอร์ก มิลาน และปารีส เวทีที่ไม่ว่านางแบบชาติไหนก็ใฝ่ฝันจะได้ไปสัมผัส
สำหรับยุ้ยแล้ว ฝันของเธอก้าวมาครึ่งทางแล้ว โดยได้ทำงานที่ลอนดอนและนิวยอร์ก ยังเหลืออีกสองแห่งที่เธอเตรียมตัวจะก้าวต่อไป นั่นคือ มิลาน และปารีส ซึ่งยุ้ยตั้งใจจะเดินทางไปที่มิลาน ประเทศอิตาลีเร็วๆ นี้ (หนังสือออก เธออาจจะอยู่ที่มิลานแล้ว) โดยไปอยู่กับเอเยนซี่ EYES FOR I
จะว่าไปแล้ว ยุ้ยเป็นนางแบบที่มาจากการประกวด โดยมีตำแหน่งซูเปอร์โมเดลออฟไทยแลนด์ค้ำอยู่ ตอนนั้นเธอได้รับเลือกท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่าเธอไม่เหมาะด้วยคุณสมบัติและรูปสมบัติ ส่งผลให้มีงานออกมาน้อยมาก จนหลายคนไม่รู้จักเธอด้วยซ้ำไป
แต่หลังจากที่เธอไปสร้างผลงานที่เมืองนอกแล้ว ทั้งงานทั้งสื่อถึงค่อยหันมาสนใจในตัวเธอเป็นพิเศษ
“ตอนนั้นยุ้ยไม่ค่อยหวือหวา ธรรมดา เฉยๆ มีถ่ายแบบบ้าง แต่เงียบ ก็รู้สึกน้อยใจ ตอนแรกก็มีคิดไว้ว่าหลังจากประกวดได้แล้ว น่าจะไปได้สวยเป็นนางแบบได้ดี ก็เสียใจนิดหน่อยที่ผิดคาดอีก อย่างยุ้ยคงเป็นไทยมากไป ไม่อยู่ในความนิยมหน้ายุ้ยไม่ใช่หน้าสวยหวาน
แต่อย่างว่า เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่จะมีหนุ่มมามองเมินสาวไทยอย่างยุ้ย ซึ่งเธอเล่าให้ฟังอย่างขบขันกับความพยายามของหนุ่มอังกฤษคนหนึ่ง ถึงขนาดให้คนไทยที่โน่นเขียนจดหมายรักมอบให้เธอ
“เขาเข้ามาทำความรู้จัก ยุ้ยบอกว่าฉันเป็นนางแบบมาจากเมืองไทย ฉันไม่ค่อยชินกับที่นี่ จากนั้นเขาก็เขียนจดหมายเป็นภาษาไทยส่งมา ยุ้ยงงมาก เขียนมายาวมาก เท่าที่จำได้บอกว่า ฉันอยากจะเป็นคู่ชีวิตของเธอตลอดไป จะเป็นคู่ชีวิต ที่ดีที่สุด ในชีวิตของเธอ… แต่ยุ้ยไม่ คิดอะไร ยังไม่พร้อม
…จากนั้นก็มีโทรคุยกัน นัดเจอกันยุ้ยก็บอกกับเขาตรงๆ ว่าฉันไม่ได้ชอบเธอนะ เธอไม่หล่อ เป็นแค่เพื่อนกันได้ ยังไม่ ถูกสเปก (หัวเราะ) ทุกวันนี้ก็เป็นแค่เพื่อน แต่ไม่ค่อยเจอกันเพราะยุ้ยไปที่นิวยอร์กต่อ”
ปีกว่าที่ยุ้ยอยู่ที่ลอนดอน มีผลงานเด่นๆ คือถ่ายโฆษณาทีวีข้าวไทย ซึ่งออนแอร์ที่ฝรั่งเศส ถ่ายแมกกาซีนหลายชิ้น ถ่าย Tony & Guy ถ่ายมิวสิควิดีโอให้กับ Georges Michael Itano Space และ Benz แล้วยังได้เล่นหนังเป็นตัวประกอบกับพระเอกชื่อดัง-บรู๊ซ วิลลิส ซึ่งสร้างความตื่นเต้นให้ กับเธอไม่น้อย
“หนังเรื่องนี้เป็นของผู้กำกับชื่อดังชาวฝรั่งเศสที่กำกับเรื่องลีออง งานนี้ยุ้ยผ่านเอเยนซี่ ได้เล่นเป็นตัวประกอบ ถือว่าเป็นประสบการณ์ เขาก็เทคแคร์เราอย่างดี ตอนเช้าจะมีจากัวร์มารับ เสร็จงานก็ขับมาส่ง รถคันนี้เป็นคันเดียวที่รับส่ง เดมี่ มัวร์ เขานัดเราบ่อยมากไปลองชุด ซึ่งยุ้ยก็ไม่รู้เหมือนกันเล่นแค่ฉากเดียว แต่ก็ให้ความสำคัญ
…พอถึงวันจริง แต่งหน้าทำผมเสร็จ ผู้กำกับก็เข้ามาที่ห้องยุ้ย ซึ่งอยู่แถบเดียวกับดาราชั้นนำ เขาเรียกยุ้ยแล้วอธิบายว่าต้องทำอะไรบ้าง ถามยุ้ยเจอบรู๊ซรึยัง เขาก็พายุ้ยไปที่ห้องแต่งตัวของ
บรู๊ซ บอกกับบรู๊ซว่าเขาพายังก์เลดี้มา ให้รู้จัก บรู๊ซถาม…ใคร ใคร
…แล้วบรู๊ซก็ถามยุ้ยว่าเป็นใคร มาจากไหน แนะนำตัวเสร็จ ผู้กำกับก็ ลองให้ยุ้ยเล่นกับบรู๊ซดู เขาเป็นกันเอง มากเลย ซักซ้อมบทกันเสร็จ เขาก็หอมแก้มยุ้ย แล้วบอกว่า ‘Thank you for kissing me’ ยุ้ยบอก You’re wellcome.”
…งานชาแนลตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะได้รับเลือกเพราะเขาใช้เวลานานมาก คิดว่าปิ๋วไปแล้ว เขามีการจองตัว แต่ไม่มีการยืนยันว่าจะได้ถ่าย เขาแค่เลือกๆ จนมาได้รับการยืนยันว่าได้ และนัดถ่ายกันที่ลอสแองเจลิส โดยช่างภาพ Herb Ritts
…ก็คุยเล่นกับเพื่อน ดีใจกันใหญ่ บอกกับเพื่อนว่าฉันจะได้ไปลอสแองเจลิส เพื่อนร้อง โห Sixty Thousand Dollars ไม่อยากเชื่อเลย ยูไปอยู่ดวงจันทร์ได้เลย และคนที่ดีลงานให้ เขารับโทรศัพท์ตอบรับมาว่าตกลง เขานอนหงายหลังดีใจว่า… ยูได้แล้วๆ
…อีก 2-3 วันต่อมาต้องบินไปที่แอลเอ. เขาส่งตั๋วไปให้ที่นิวยอร์ก พอถึงที่แอร์พอร์ตแอลเอ. คนที่มารับเขาสะกดชื่อยุ้ยผิด แต่ก็เจอกัน เขาบอกว่าเห็นคนสวยต้องใช่แน่เลย และเทคแคร์ดีมาก เอาลีมูซีนมารับมาส่ง เช็คอินโรงแรมชั้นหนึ่ง
PROFILE
เรื่อง: ศศิริ / ภาพ: อัษฎาวุธ
ภัทราวดี มีชูธน
ตัวตนของตัวจริง
แทบไม่ต้องหาคำพูดอะไรมากล่าวนำ ในความเป็นผู้หญิงเก่งของเธอคนนี้อีกแล้ว
โดยเฉพาะในช่วง 10 ปีให้หลัง นับแต่กำเนิด “ภัทราวดี เธียเตอร์” ขึ้น คำว่า คุณภาพและงานจากมืออาชีพในด้านละครเวที ก็ดูจะกลายเป็นคำจำกัดความของตัวตนที่เป็นตัวจริงในด้านนี้อย่างจริงแท้ ของเธอผู้นี้
ภัทราวดี มีชูธน คือผู้ที่สร้างสรรค์งานละครเวที โดยยึดเอาความเป็นไทยมานำเสนอด้วยวิธีสมัยใหม่ให้น่าสนใจยิ่งขึ้น เป็นผู้สร้างสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นมากมายบนเวทีละครนับแต่บุคลากรที่มีคุณภาพ ทำเนื้อหาบทละครดีๆ ของไทยที่ถูกลืม ให้เป็นเรื่องน่าจับตามอง
“ทุกคนว่างกัน เพราะมีเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ทุกคนเดินกันไปเดินกันมา ไม่รู้จะทำอะไร จึงบอก เอ้า นักแสดงทุกคน แทนที่จะไปนั่งเย้วๆ อยู่สนามหลวงให้เขาไล่ยิงกันไปมา เราเป็นนักแสดง ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติตรงนี้ดีกว่า อย่าเอาชีวิตไปทิ้งเลย จึงเริ่มซ้อมละครกัน
…ละครเรื่องแรก เริ่มจากทุนที่ไม่มีมากเท่าไรนัก พยายามทำอะไรที่มันไม่ต้องลงทุนมหาศาล แต่ว่าใช้สติปัญญาความสามารถของมนุษย์มากกว่า เพราะที่จริงแล้ว ละครเวทีมันเป็นอย่างนั้นมากกว่าจึงย้อนกลับมาหาธรรมชาติ ละครเรื่องแรก สิงหไกรภพ มีคนดู 50 – 60 คน
…สำหรับเด็กที่ภัทราวดีเธียเตอร์ มีเรียนวิชากันตลอด เพราะฉะนั้นทีมที่นี่จะเป็นที่รวบรวมข้อมูล สถิติ เป็นเหมือนศูนย์วิชา แล้วคนเหล่านี้เรียนแล้วเขาได้ทำ เพราะละครเรื่องหนึ่งเล่น 30 – 40 รอบ เขาเชี่ยวชาญแล้ว เมื่อได้ทำจนเชี่ยวชาญก็สามารถจะถ่ายทอดต่อได้
….ส่วนมากดิฉันจะเป็นคนนั่งดู แล้วบอกเขาว่า ตรงนี้ไม่เวิร์คนะ ตรงนี้ดูไม่สนุกเลย คือเป็นคนดูที่นั่งวิจารณ์ เด็กบอก… “โคตร วิจารณ์ เลย” (หัวเราะ) คือถ้าดูงานคนอื่นเราไม่ค่อยวิจารณ์ แต่ถ้างานของเรา เราต้องวิจารณ์กันน้ำนั้น เพราะว่าเป็นหน้าตาของเราเอง ถ้าทำไม่ดีคนเขาก็ด่าทั้งกลุ่มนะ เลยต้องหืดขึ้นคอหน่อย”
ที่จริงพยายามจะปล่อยวางมาหลายปีแล้ว แต่เนื่องจากว่าเด็กที่ฝึกไว้ยังไม่ชัวร์ คือเด็กไทยนั้นโตช้า เนื่องจากมีความเกรงใจ ไม่กล้ากำกับครู มีความเกรงใจกันอยู่ จริงๆ แล้ว ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กไทยมีเยอะ แต่อาจถูกเลี้ยงมาให้ไม่กล้าที่จะออกความคิดเห็น กว่าจะกล้า ต้องใช้เวลา และบางทีถ้าความคิดเห็นของเขาไม่ถูกต้อง หรือไม่เวิร์ค เขาจะฝ่อไปเลย ไม่กล้าที่จะ เอาใหม่น่า ไม่เหมือนฝรั่งที่กล้าได้กล้าเสีย
FREE STYLE
เรื่อง ศศิธร / ภาพ กฤษฎา
สบายๆ สไตล์
ภัทรียา ณ นคร
คลาดกันไปมาหลายครั้ง แล้วคุณพายก็มาปรากฏตัวที่อิมเมจได้ในที่สุด
พร้อมกับเสื้อผ้าอีก 2 – 3 ชุด ตามที่ตกลงกันไว้ว่า นอกจากจะพูดคุยถึงเรื่องราวสัพเพเหระกันแล้ว ยังอยากขอเก็บภาพสาวสวยแห่งร้าน “กุชชี่” ในแบบที่เธอเป็นเธอเองอีกด้วย
น.พ.ไพศาล อัศวพาคุณ
ผู้สร้างตัวตนใหม่ให้มนุษย์
เมื่อมนุษย์กำเนิดขึ้น พร้อม ๆ กับการบ่งชี้ความเป็นเพศหญิง-เพศชาย ต่างเติบโตขึ้นและดำเนินชีวิตไปตามวิถีทางของตน
หากบางคนกลับต้องรู้สึกเป็นทุกข์กับการใช้ชีวิตอยู่กับเพศที่กำเนิด กาลก่อนพวกเขาต้องปกปิด เสแสร้งด้วยกลัวสังคมจะเดียดฉันท์รังเกียจ จนมาถึงวันหนึ่งที่สังคมเริ่มยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเขา
ความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทำให้เกิดสิ่งมหัศจรรย์มากมายนอกจากการรักษาความเจ็บป่วยจากโรคภัย ยังสามารถเปลี่ยนความพิการบางชนิดให้กลายเป็น หรือคล้ายปกติได้ การทำศัลยกรรมเพื่อเสริมความงาม กระทั่ง เปลี่ยนเพศที่กำเนิดให้กลายเป็นอีกเพศตรงกันข้าม
ด้วยความบังเอิญทำให้ นักเรียนแพทย์ผู้อยากเรียนทางด้าน ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนัง หากกลับได้ทุนเรียน ด้านศัลยกรรมตกแต่งแทน กาลกลายเป็นว่าเขาตัดสินใจถูกต้อง การศึกษาวิชาแพทย์แขนงนี้คือสิ่งที่เขาชอบ
มีอยู่ตึกหนึ่งคือตึกกายวิภาค ชั้นล่างจะเป็นห้องเล็กเซอร์ธรรมดา ชั้น 2 เป็นห้องเก็บชิ้นส่วนที่เขาดองไว้นิดหน่อย ชั้น 3 เป็นห้องผ่าศพ ชั้นดาดฟ้าจะเป็นที่ดองศพ เราก็มีโอกาสไปเรียนที่ห้องเล็กเซอร์ข้างล่าง
…เพื่อนก็ไม่รู้นึกยังไง ชวนกันไปดูข้างบนดาดฟ้าด้วยความอยากดู ก็ขึ้นลิฟท์ซึ่งเล็กๆ เก่าๆ ไปกัน 4 – 5 คน มีความรู้สึกกลัวๆ อยู่แล้วด้วย
….พอลิฟท์เปิดประตู ก็จะเห็น…ข้างบนนั้นจะเป็นอ่างซีเมนต์ ใส่น้ำยาดองศพ และมีศพนอนเรียงกันอยู่เป็นตับๆ มัดมือมัดเท้าหมด ก็ตกใจมากเพราะไม่นึกไม่ฝันว่าจะเจอแบบนั้น ติดตามาก ลงลิฟท์กลับมาบ้าน นอนไม่หลับเลย นอนๆ อยู่ผวา สะดุ้ง เป็นอยู่ 2 – 3 คืน
…ใหม่ๆ ที่คุณหมอมาทำจะมีความรู้สึกว่า ทำไมไม่สวยล่ะ (หัวเราะ) ไม่สวยเลย ทำไมคนอื่นเขาทำสวยเราทำไม่สวย หมอก็คิดไตร่ตรอง ไปประชุม ไปดูงานต่างประเทศ ค่อยๆ คิดรวบรวม ดัดแปลงหาเทคนิคเป็นของตัวเอง ก็เริ่มดีขึ้นจนอยู่ตัว พอถึงจุดหนึ่ง มาเถอะ รูปแบบไหนก็ได้มาเถอะ-รับรอง
…อย่างบางคนที่ไปทำจมูกมา จะเขียวซ้ำเหมือนถูกชก นานเป็นเดือนกว่าจะหายต้องหลบอยู่บ้านเพราะบวมมาก แรกๆ ผมทำก็เป็นอย่างนั้น บวม เขียว น่ากลัว เราก็คิดว่าทำยังไงถึงจะไม่บวม ได้ยินว่าอาจารย์คน อื่นทำแล้วไม่บวมเลย สวยเนี้ยบมาก เราก็อยากรู้ว่าทำยังไง แต่ไม่มีโอกาสไปดูหรือถามอะไรทั้งสิ้น
….ส่วนใหญ่เทคนิคพวกนี้จะเป็นความลับของแต่ละคน อาจารย์บางคนทำผ่าตัดเสริมสวยให้คนไข้อยู่ ถ้ามีหมอที่ไม่ใช่แพทย์ประจำบ้าน สาขาศัลยกรรมตกแต่งเดินมาดู อาจารย์จะเอามือปิดเลยนะครับ หยุดเลย ไม่ทำ ไม่ให้ดู

















































